การมองหารถยนต์ไฟฟ้าในปี 2025 ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป เพราะตัวเลือกมีมากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะค่ายรถที่กำลังมาแรงอย่าง KIA ที่นำเสนอทั้ง รีวิว KIA EV6 ซึ่งเป็นครอสโอเวอร์สุดล้ำ และ KIA EV9 รถ SUV ไฟฟ้าเรือธงที่เพิ่งเปิดตัว ทั้งคู่มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัยบนแพลตฟอร์ม E-GMP แต่มีจุดเด่นและการใช้งานที่แตกต่างกัน วันนี้ KIA Srinakarin จะมาลงลึกกันว่ารถไฟฟ้า KIA ทั้งสองรุ่นมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และรุ่นไหนที่จะคุ้มค่าและเหมาะกับคุณมากกว่ากัน
Table of Contents
ภาพรวม KIA EV6 – รถไฟฟ้าสปอร์ตที่หลายคนจับตามอง
KIA EV6 เปิดตัวมาในฐานะยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก ๆ ของค่ายรถยี่ห้อ KIA ที่สร้างความประทับใจให้กับวงการรถยนต์ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว การขับขี่ที่สนุก และเทคโนโลยีล้ำสมัย มันคือรถที่ออกแบบมาให้โดดเด่นบนท้องถนนและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการยานพาหนะที่ทั้งเท่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การอ่านรีวิว KIA EV6 จากผู้ใช้จริงมักพูดถึงความประทับใจในการตอบสนองที่ฉับไว และการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง
ดีไซน์ภายนอกและแนวคิดการออกแบบ
ห้องโดยสาร เทคโนโลยี และความรู้สึกในการขับขี่
ภายในของ KIA EV6 ตอบโจทย์การใช้งานสมัยใหม่ด้วยหน้าจอโค้งขนาดใหญ่ที่รวมทั้งจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่และระบบความบันเทิง พื้นที่ภายในกว้างขวางกว่าที่คาดเนื่องจากแพลตฟอร์ม E-GMP ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรถไฟฟ้า วัสดุภายในเน้นความยั่งยืนด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิลและหนังเทียมคุณภาพสูง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ผู้อ่านรีวิว KIA EV6 มักชื่นชม
การขับขี่ KIA EV6 ให้ความรู้สึกสปอร์ตและตอบสนองฉับไว แรงบิดที่มาทันทีจากมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้การออกตัวและการเร่งทำได้อย่างราบรื่น การควบคุมทิศทางแม่นยำ และระบบช่วยขับขั้นสูงช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและผ่อนคลายในทุกสถานการณ์
จุดเด่นและข้อสังเกตของ EV6
จุดเด่นที่ทำให้ KIA EV6 น่าสนใจมีดังนี้:
- เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 800V – ชาร์จจาก 10% เป็น 80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น
- ระยะทางวิ่ง – สามารถวิ่งได้ไกลถึง 475 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม (WLTP)
- ระบบช่วยขับอัจฉริยะ – มาพร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยและช่วยขับที่ครบครัน
- V2L (Vehicle-to-Load) – สามารถใช้แบตเตอรี่รถเป็นแหล่งพลังงานสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้
ข้อสังเกตที่ควรพิจารณาคือ เป็นรถ 5 ที่นั่งที่เหมาะกับครอบครัวเล็กหรือคนโสด และแม้ว่า KIA EV6 ราคา จะเริ่มต้นที่ประมาณ 2 ล้านกว่าบาท แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและประสิทธิภาพที่ได้รับ ในด้านมิติของรถ KIA EV6 เล็กกว่ารถ Kia SUV อย่าง EV9 อย่างเห็นได้ชัด ทำให้คล่องตัวในการขับขี่ในเมืองมากกว่า
รู้จัก KIA EV9 – SUV ไฟฟ้ารุ่นใหญ่เพื่อครอบครัวยุคใหม่
KIA EV9 คือ เรือธงล่าสุดของรถไฟฟ้า KIA ที่มาในรูปแบบ SUV ขนาดใหญ่ มันเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการพื้นที่และความสะดวกสบาย Kia EV รุ่นนี้ถือเป็นการยกระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของค่ายรถยี่ห้อ Kia อย่างชัดเจน
ขนาดตัวรถและดีไซน์ที่แตกต่างจาก EV6
ภายใน 6–7 ที่นั่ง พร้อมฟีเจอร์ระดับพรีเมียม
ภายในของ KIA EV9 คือ จุดเด่นที่สุด มีให้เลือกทั้งแบบ 6 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง โดยในรุ่น 6 ที่นั่ง แถวที่สองเป็นเบาะกัปตันที่หรูหราและสะดวกสบาย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีครบครันได้แก่
- หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ – รวมทั้งจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
- เบาะปรับไฟฟ้า – พร้อมฟังก์ชั่นนวดและระบายอากาศ
- ระบบเสียงพรีเมียม – ให้ประสบการณ์ความบันเทิงระดับสูง
- ช่องชาร์จ USB-C – กระจายทั่วห้องโดยสารเพื่อความสะดวก
วัสดุภายในเป็นระดับพรีเมียมทั้งหมด เน้นความยั่งยืนเช่นเดียวกับ EV6 แต่มีความหรูหราและกว้างขวางมากกว่า ถือเป็นจุดที่ทำให้รถ KIA SUV รุ่นนี้โดดเด่นในตลาด
จุดเด่นและจุดต่างจาก EV6
KIA EV9 มีจุดเด่นที่แตกต่างจาก EV6 ดังนี้:
- พื้นที่ภายในกว้างขวาง – เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่หรือการเดินทางไกลที่ต้องบรรทุกสัมภาระมาก
- แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ – ให้ระยะทางวิ่งไกลกว่า 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม
- ระบบช่วยขับขั้นสูง – รองรับการขับขี่กึ่งอัตโนมัติในระดับ Level 2+
- ความสูงจากพื้น – สูงกว่า EV6 ทำให้ขับขี่บนถนนขรุขระได้ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม KIA EV9 มีราคาเริ่มต้นที่สูงกว่า โดยรุ่น Earth เริ่มที่ 3,350,000 บาท และรุ่น GT-Line ที่ 3,690,000 บาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา นี่ถือเป็นข้อแตกต่างหลักเมื่อเทียบกับ KIA EV6 ราคา ที่ถูกกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
เปรียบเทียบ KIA EV6 vs KIA EV9 แบบชัดเจน
ขนาดรถและการใช้งาน – สปอร์ต 5 ที่นั่ง vs SUV ครอบครัว
สมรรถนะ แบตเตอรี่ และระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ
| คุณสมบัติ | KIA EV6 | KIA EV9 |
|---|---|---|
| กำลังสูงสุด | 168–430 แรงม้า (ขึ้นอยู่กับรุ่น) | 201–384 แรงม้า (ขึ้นอยู่กับรุ่น) |
| แรงบิดสูงสุด | 350–605 นิวตันเมตร | 350–700 นิวตันเมตร |
| ความจุแบตเตอรี่ | 58–77.4 kWh | 99.8 kWh |
| ระยะทางวิ่ง (WLTP) | 394–528 กม. | ประมาณ 505 กม. |
| อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. | 3.5–7.3 วินาที | 5.3–6.0 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 185–260 กม./ชม. | 200 กม./ชม. |
KIA EV6 มีความคล่องตัวและอัตราเร่งที่ดีกว่า โดยเฉพาะในรุ่น GT ขณะที่ KIA EV9 มีแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่าและระยะทางวิ่งที่มากกว่าในการชาร์จหนึ่งครั้ง
เทคโนโลยีชาร์จและการเชื่อมต่อ
| ด้านเทคโนโลยีชาร์จ | KIA EV6 | KIA EV9 |
|---|---|---|
| เวลาชาร์จ 10–80% (DC 350kW) | 18 นาที | 24 นาที |
| เวลาชาร์จเต็ม (AC 11kW) | 7 ชั่วโมง (แบต 77.4 kWh) | 11 ชั่วโมง (แบต 99.8 kWh) |
| ความเร็วชาร์จสูงสุด | 240 kW | 210 kW |
| ฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) | มี (3.6 kW) | มี (3.6 kW) |
| รองรับการชาร์จ Plug & Charge | มี | มี (พร้อม OTA update) |
| การวางแผนเส้นทางอัจฉริยะ | มี | มี (พร้อมการคำนวณจุดแวะชาร์จที่ดีขึ้น) |
เทคโนโลยี ความปลอดภัย และแพลตฟอร์ม E-GMP
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยขับขั้นสูงที่คล้ายกัน แต่ KIA EV9 มีฟีเจอร์เพิ่มเติมบางอย่าง:
- ระบบช่วยขับกึ่งอัตโนมัติระดับ 2+ ที่สมบูรณ์กว่า
- ระบบ Remote Smart Parking Assist ที่สามารถจอดรถอัตโนมัติได้แม้ขณะคนขับอยู่นอกรถ
- หน้าจอแสดงผลมากกว่าและระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลังที่สมบูรณ์กว่า
อย่างไรก็ตาม ทั้ง รีวิว KIA EV6 และ KIA EV9 ต่างใช้แพลตฟอร์ม E-GMP ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้มีข้อดีร่วมกัน เช่น การชาร์จเร็ว 800V และระบบ V2L (Vehicle-to-Load)
ราคาและความคุ้มค่า – ความต่างที่ต้องพิจารณา
เมื่อพิจารณาด้านราคา KIA EV6 ราคา เริ่มต้นที่ประมาณ 2.3 ล้านบาทสำหรับรุ่น Standard Range RWD ไปจนถึงประมาณ 3.5 ล้านบาทสำหรับรุ่น GT ในขณะที่ KIA EV9 มีราคาเริ่มต้นที่ 3.35 ล้านบาท (Earth) และ 3.69 ล้านบาท (GT-Line)
ความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน หาก:
- ต้องการรถขับในเมืองที่คล่องตัว ประหยัด และราคาไม่สูงมาก KIA EV6 จะคุ้มค่ากว่า
- ต้องการพื้นที่ภายในกว้างขวาง รองรับผู้โดยสารหลายคน และไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ KIA EV9 จะเหมาะสมกว่า
ทั้งนี้ KIA EV6 ราคา เริ่มต้นที่ต่ำกว่าถึงล้านบาท ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นกับรถไฟฟ้า KIA
เลือกรุ่นไหนดี? EV6 หรือ EV9 เหมาะกับคุณกว่า
ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งาน – คนโสด คู่รัก หรือครอบครัวใหญ่
การเลือกระหว่าง รถไฟฟ้า KIA ทั้งสองรุ่นขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์เป็นหลัก:
KIA EV6 เหมาะสำหรับ:
- คนโสดหรือคู่รักที่ต้องการรถที่ดูสปอร์ต ทันสมัย
- ครอบครัวเล็กที่มีเด็ก 1-2 คน
- ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่สนุกและความคล่องตัว
- ผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในงบประมาณที่จำกัดกว่า
KIA EV9 เหมาะสำหรับ:
- ครอบครัวใหญ่ที่มีเด็ก 3-5 คน
- ผู้ที่เดินทางไกลบ่อยและต้องการพื้นที่เก็บสัมภาระมาก
- ผู้ที่ต้องการความหรูหราและสะดวกสบายระดับพรีเมียม
- ธุรกิจที่ต้องการรถรับส่งระดับ VIP
ทั้งนี้ รถยี่ห้อ KIA ได้ออกแบบรถทั้งสองรุ่นเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้สามารถเลือกได้ตรงกับความต้องการ
ค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าในระยะยาว
เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายระยะยาว มีปัจจัยที่ควรคำนึงถึง:
- ค่าบำรุงรักษา – ทั้ง KIA EV6 และ KIA EV9 มีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปภายในมาก เนื่องจากมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่า
- ค่าไฟฟ้า – KIA EV9 จะมีค่าใช้จ่ายในการชาร์จสูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า แต่ให้ระยะทางมากกว่าด้วย
- มูลค่าการขายต่อ – รถทั้งสองรุ่นน่าจะรักษามูลค่าได้ดีเนื่องจากเป็นรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ แต่ KIA EV6 อาจมีตลาดผู้ซื้อที่กว้างกว่าเนื่องจากราคาต่ำกว่า
- การประหยัดในระยะยาว – ทั้งสองรุ่นมีการรับประกันแบตเตอรี่ 7 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่
สำหรับผู้ที่สนใจรถ KIA SUV ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในระยะยาวมากกว่าราคาซื้อเริ่มต้น เพราะรถไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างมาก
EV แบบไหนตอบโจทย์ชีวิตของคุณที่สุด
ในท้ายที่สุด การเลือกระหว่าง KIA EV6 และ KIA EV9 ขึ้นอยู่กับความต้องการส่วนบุคคล:
- หากคุณต้องการรถที่ขับสนุก คล่องตัว ดีไซน์สวยล้ำ และราคาไม่แพงมาก KIA EV6 คือคำตอบที่ดีกว่า
- หากต้องการพื้นที่กว้างขวาง ความหรูหรา และสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า โดยไม่กังวลเรื่องงบประมาณ KIA EV9 จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
รถไฟฟ้า Kia ทั้งสองรุ่นล้วนแต่เป็นยานยนต์คุณภาพสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย แพลตฟอร์ม E-GMP ที่มีประสิทธิภาพสูง และการรับประกันที่ให้ความมั่นใจ ไม่ว่าคุณจะเลือกรุ่นไหน Kia EV จะนำพาคุณสู่อนาคตของการเดินทางที่สะอาด เงียบสงบ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ทดลองขับและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ KIA Srinakarin
สัมผัสจริงทั้ง KIA EV6 และ EV9 ก่อนตัดสินใจ
การอ่าน รีวิว KIA EV6 หรือข้อมูล KIA EV9 อาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ KIA Srinakarin เชิญชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์จริงกับรถทั้งสองรุ่น ทดลองนั่ง บริการทดลองขับ และสัมผัสฟีเจอร์ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เพราะความรู้สึกจริงอาจแตกต่างจากการอ่านข้อมูลอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีรถทดลองขับให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงบนถนน เพื่อให้คุณมั่นใจในการตัดสินใจ ทั้งรุ่น KIA EV6 และ KIA EV9 มีให้ทดลองขับที่ศูนย์บริการอย่างครบครัน
ทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำด้านรุ่นที่เหมาะกับคุณ
เกียศรีนครินทร์ มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปีในวงการรถยนต์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรถที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณ ทั้งในด้านการใช้งาน งบประมาณ และค่าใช้จ่ายระยะยาว
พวกเขาสามารถช่วยคุณเปรียบเทียบรายละเอียดเชิงลึกของ รถยี่ห้อ Kia ทั้งสองรุ่น และแนะนำรุ่นย่อยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระยะทางการเดินทางประจำวัน จำนวนสมาชิกในครอบครัว และงบประมาณ
โปรโมชัน, การจองรถ และบริการหลังการขายมาตรฐาน KIA
KIA Srinakarin นำเสนอโปรโมชันพิเศษสำหรับรถไฟฟ้า KIA ทั้งสองรุ่น ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษ แพ็กเกจประกัน หรือบริการหลังการขายที่ครอบคลุม
บริการหลังการขายของเกียศรีนครินทร์มีมาตรฐานสูง ด้วยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ทันสมัย พร้อมดูแลรถของคุณในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การบำรุงรักษาตามระยะ การซ่อมแซมทั่วไป ไปจนถึงการเปลี่ยนอะไหล่แท้ ศูนย์บริการมาตรฐานพร้อมดูแลรถ KIA SUV ของคุณอย่างมืออาชีพ มั่นใจได้ในคุณภาพและความรวดเร็ว พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องการดูแลรักษารถยนต์อย่างถูกวิธี
สรุป
การเลือกระหว่าง KIA EV6 และ KIA EV9 ไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่ารุ่นไหน “ดีกว่า” แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณมากกว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกรุ่นไหน รถไฟฟ้า Kia จะนำพาคุณสู่อนาคตของการเดินทางที่สะอาด เงียบสงบ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ KIA Srinakarin วันนี้ ที่ซึ่งความไว้วางใจของคุณเริ่มต้นขึ้น